เสียงทำนองดนตรีเก๋ๆ เมโลดี้งามและโดดเด่นในสไตล์ dance-rock/ punk กับลูกผสมของ math rock ที่ฟังเข้าถึงง่าย(ผิดปรกติ) ชวนขยับตัวตาม พร้อมเสียงแผดร้องของนักร้องชายวัย 20 ปี จากเกาะอังกฤษ ปลุกฉันตื่นขึ้นจากการนั่งหงอยเหงาอยู่หน้าคอมพ์ในบ่ายวันนี้
หรือนี่คือ การกลับมาเกิดใหม่ของ bloc party + q and not u + iforward, russia!?! ท่วงทำนองของวง foals ทำให้ตาฉันเบิกโพลง เริ่มตื่นตัวค้นหาข้อมูลของวงอย่างไม่รอช้า

foals คือ ห้าหนุ่มจาก oxford ประเทศอังกฤษ สมาชิกอยู่ในกลุ่มช่วงอายุ 20-23 ปี yannis นักร้องนำของ foals เปิดเผยว่า ตอนเริ่มทำวงตอนแรก กะทำเพื่อความเฮฮากัน มุ่งหวังเล่นดนตรีตามปาร์ตี้ในบ้าน
ทว่าโชคชะตาสู่ความสำเร็จพลิกผัน ทั้งนี้ ล่าสุด พึ่งได้เซ็นสัญญากับ sub pop! เตรียมปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกให้พวกเราได้ฟังกัน ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งจะใช้ชื่อชุดว่า antidotes
ตัดซิงเกิลออกมาแล้ว 3 ชิ้น ประกอบด้วย hummer, mathletics และ balloons ทั้งสามซิงเกิลที่ว่านี้ล้วนมีให้ฟังบน myspace และยังมี foals live ep อีกงานที่ออกก่อนซิงเกิลที่กล่าวมาก่อนหน้า โดยทั้งหมดล้วนออกในปี 2007 ทั้งสิ้น (ข้อมูลเพิ่มเติม อ่านที่นี่)
- balloons powered by youtube
- mathletics คือ เพลงแรกที่เราได้รู้จักกับวงนี้ ชื่อเพลงอันแปลกประหลาดนี้ไม่ทราบที่มาแน่ชัด แต่คิดว่า น่าจะแปลงมาจาก math และ athletics
powered by youtube
- hummer
powered by youtube
ไม่ธรรมดาใช่มั้ยเล่าุ mv ก็ดูยียวนกวนประสาท ไม่แพ้กับเสียงดนตรีทีเดียว บอกความเป็นตัวตนของวงได้อย่างชัดเจน
ดีใจที่เจอวงนี้ เนื่องจากช่วงนี้มีอาการชอบฟังอินดี้ร็อคจังหวะตึบๆ เบสตุบตับเป็นพิเศษ ล่าสุดอัลบั้มที่ฟังบ่อยก็นี่เลย klaxons – myths of the near future (2007)
ขอสารภาพว่า การค้นพบวง foals ในวันนี้สร้างความกระชุ่มกระชวยให้ฉันได้อย่างไม่น่าเชื่อ (ขอน้ำเน่านิดส์นึง) กระนั้นแล้ว มีข้อเซ็งใจอยู่บ้าง ด้านล่างนี้
@เรื่องนี้ต้องเมาส์
1. อ่านเจอหลายแห่งมีการขนานนามว่า foals เป็นหนึ่งในวงโคตรดัน (hyped) ของ nme โฮๆๆๆ ทำมาาย ม่ายยยยยย T.T ว่ากันว่า foals ได้ขึ้นปก nme มาแล้วด้วย และบางที่รายงานว่า มีการจัดอันดับให้วงเป็นหนึ่งใน nme’s best new bands 2008 กันเลยทีเดียว (จอร์จจ เอาวะ ถึงจะเป็นวงลูกรัก nme ก็ถือเป็นวงดันคุณภาพคับหูละกัน! เฮาขอดันด้วยอีกคน อิอิ)
2. ทางวงประกาศ ไม่รวมเพลงซิงเกิลก่อนหน้านี้ นั่นคือ hummer และ mathletics ในอัลบั้มเต็มที่จะออก
yannis นักร้องนำให้เหตุผลว่า “ก็ออกไปแล้วนี่ จะให้ออกซ้ำใหม่อีกทำไมเล่า” (–ถูกของเขาแฮะ การตัดสินใจแบบนี้ คงทำให้แฟนๆ ที่ซื้อแผ่นตัดไปแล้วปลาบปลื้มอยู่มิใช่น้อย) และกล่าวต่อว่า “พวกเราให้ความสำคัญกับการเรียงลำดับเพลงในอัลบั้มมาก และเราก็แค่คิดกันว่า ช่างเหอะ เรามาทำเพลง 11 เพลงในแบบที่เราอยากทำกันดีกว่า”

นอกจากนี้ bbc news ได้จัดทำ์ การสำรวจ sound of 2008 list โดยให้นักวิจารณ์เพลง เหล่าหัวหน้าบรรณาธิการ และสถานีวิทยุต่างๆ เกือบ 150 ราย ร่วมทำโพลล์นี้ จากรายงานผลสำรวจ foals ถูกยกให้อยู่ที่อันดับ 5 ทีเดียว!
ขอแนะนำหากคุณชื่นชอบ: bloc party, iforward, russia!, q and not u, so many dynamos, gang of four, white rose movement และ cap pas cap
หาซื้องานซิงเกิล foals ได้ ที่นี่
Filed under: folk
ann driscoll, a 19 years old singer-songwriter who writes all songs and plays all instruments on her recordings, creates jangling folk pop music with the beatles, elliott smith, fiona apple and aimee mann influences.

sounds like: “If the Beatles had a fifth member who was a chick; Liz Phair; Elliott Smith’s more upbeat kid sister; Aimee Mann if she had ADD”– ann wrote on her myspace page.
i do agree with that. it best describes her music.
mp3: ann driscoll – i need a reason
the first time that i listened to this song, it’s an instant love. a feel good music : )
“I need what everybody needs
I need a reason to believe
We’re not alone in the world
We will be loved by a boy or a girl
A change is coming our way
It might unravel today”
mp3 sample featured in this post courtesy of her website. without doubt, i have already got all files from this site ><
i would highly recommend you to try “miracle man rough“, “the sinking ship” and “novelty” songs on her myspace. these are my personal favorites.
Filed under: indie electronic
powered by youtube
“hot lips” music video of the swedish electro band pacific! which was created by stéphane manel has been nominated for swedish MTV Grammis Award according to their myspace blog
here is hot lips lyrics in case you feel like singing along!
(thanks to meen for band & song suggestion)
Filed under: random
http://hypem.com/error/maintenance.html
this is the coolest maintenance site on the internet i have ever seen!
don’t you all just love the hype machine?
Filed under: random
ใครว่า มินตรา (มีน) เขียนรีวิวไม่เป็น?! สาวดื้อที่ปฏิเสธการส่งรายการจัดอันดับอัลบั้มแห่งปีมาตลอด แต่เราได้มาแล้ว!
มีนจะมาเล่าให้เราฟังกันว่า เธอปลื้มงานใดบ้างในปี 2007 ที่ผ่านมา
อนึ่ง มีน คือ หนึ่งในดีเจ yesindie เธอเป็นสาวปาร์ตี้ผู้เชี่ยวชาญศิลปิน/วงหายาก แนวถนัดคือ โฟล์ค/ อินดี้ร็อค พังค์ (noise punk/ post punk/ garage punk/ art punk) และแนวทดลอง
มาดูลิสต์ของเธอกัน..
*********************************************
1. Le Lope – The Throne Of The Third Heaven Of The Nations’ Millennium General Assembly

โดยส่วนตัวแล้วเราเป็นคนที่แพ้ “เสียง”นักร้อง (ชาย)ที่ออกแนวกระซิบกระซาบแบบวงนี้มาก ๆ บวกกับภาคดนตรีที่เท่ห์จัด ผสมกันระหว่าง experimental กับ indie pop ได้เนียนสุด เหมือนเพลงมันมีพลังดึงดูด
2. Seabear – The Ghost That Carried Us Away
วงนี้เสียงนักร้องได้ใจเรามาก ๆ เหมือนเอา kenny choi ณ เวอร์ชั่น wolftron มาร้องในภาคดนตรีที่น่ารักกว่า หวานกว่า ละเอียดละออกว่า อัลบั้มนี้แทบจะเรียกได้ว่างามหมดจด เสียงไวโอลินแบบนี้พริ้ว ล่องลอย ฟังแล้วมีความสุขดีจัง..
เราเคยแอบไปดู mv ของวงนี้ใน youtube ปรากฎว่าทำได้งามมาก ๆ วงนี้ออกแนว ทำอะไรก็ดีไปหมด (+ มือกีตาร์หล่อเทพ)
ปล. พี่แก cover เพลง teenage kick ของ the undertones ไว้ได้น่ารักมาก ๆ
3.Handsome Furs – Plague Park

จริง ๆ เราได้อัลบั้มนี้มานานแล้วแต่ดองเค็มไว้ก่อน ได้มาฟังจริง ๆ จัง ๆ เมื่อไม่นานนี้เอง.
บอกตามตรง ทีแรกแค่เห็นชื่อตา dan ณ wolf parade มินตราพยากรณ์ก็แอบเก็งไว้แล้วว่าเพลงแกต้องงามแน่ ๆ
เราชอบตรงที่ บีทหนึบ ๆ เสียงกีตาร์หล่อสูสีกะเสียงคุณ dan มาก แต่เสียอย่างเดียว แกเอาเมียมาด้วย – -”
นี่ ถ้าไม่ติดว่า mv เพลง dumb animals ทำซะออกแนวหนังจีนฮ่องกงไปนิดส์นึงนะ
จะชมให้ลอยเหมือนวงข้างบนแระ กิ๊กิ๊ *-*
4.Okay – Huggable Dust
มีความรู้สึกว่าคุณ marty แกหยิบจับอะไรก็ดูดีไปหมด dilute เอย jacques kopstein เอย หรือว่าจะเป็น okay นี่ก็ด้วย
ชอบตรงที่เพลงของแก ไป ๆ มา ๆ แล้ว ยังไงซะก็ต้องแอบติดเมโลดี้งาม ๆ ไว้ตลอด
หลายคนบอกว่า เสียงแกไม่ค่อยจะลื่นหูซักเท่าไหร่
แต่เราว่า ทางกีตาร์แบบนี้ เสียงเหงา ๆ แบบนี้ เข้ากันดีจะตายไป
5. Sunset Rubdown – Random Spirit Lover
งามมาก ตายไปเลย อธิบายไม่ถูก ชอบเวอร์ ๆ
6. Frog Eyes – Tears of the Valedictorian

เทพค่ะ
7. Yeasayer – All Hour Cymbals
ครั้งแรกที่ได้ฟัง 2080 จากอัลบั้มนี้ เราไม่ชอบ เราว่ามันแปลก แต่กลับไม่อยากหยุดฟังซะงั้น
เพลงมันมีสเน่ห์ มีพลัง เหมาะแก่การเมาแล้วนอนฟังซ้ำไปซ้ำมา
เพลงอื่นในอัลบั้มก็ไม่น้อยหน้า ยิ่งฟังยิ่งหลงรัก
ดนตรีงาม แพรวพราว มากมาย
8. The Deadly Syndrome – The Ortolan

นาน ๆ ทีเราจะเชิดชูวงเมกาออกหน้าออกตา
วงนี้เพลงดี แต่เสียอย่างเดียวเรียงแทร๊คมาอย่างห่วย!
ตัดอารมณ์คนฟังในแบบที่ เอามีดมาแทงตูดีกว่าไหม?
เพลงออกแนวรวมมิตรพิลึก บางเพลงเหมือน spencer krug มาเอง
บางเพลงเหมือน frog eyes + the arcade fire ซะงั้น
แต่พี่กล้าทำ หนูก็กล้าฟัง!
เพราะทำออกมาได้ดีทีเดียว
ขอตบหัวแล้วลูบหลังนิดส์นึง
ครั้นจะทำให้หวานแหวว ก็งามกรุ๊งกรุ๊ง กรีดกราย
ครั้นจะหนักโครมครามขึ้นมา ก็บิ้วดีแท้ ๆ
ชอบค่ะชอบ *-*
9. Plants and Animals – with/avec EP

วงใหม่ขวัญใจมินตรา !
อีพีตัวนี้ ฟังแล้วได้กลิ่นของวงอื่นที่เราชอบอยู่เต็มไปหมด
แต่ถือโอกาสลำเอียงไม่ด่า เพราะ วงแคนาดา ทำอะไรก็ดูดีนะคะ *-*
10. Amos the transparent – Everything I’ve Forgotten to Forget

เพลงดี เมโลดี้งาม แต่กลับทำให้รู้สึกว่า คนทำแอบงงชีวิต เพราะเพลงในบางช่วงของอัลบั้มออกแนวซ้ายที ขวาที
เราไม่ชอบเพลงที่ amy millan มาช่วยร้อง ตัวเพลงดี เหมือนจะใช้เป็นแทร็คขาย แต่ฟังนาน ๆ แล้วน่าเบื่อ
ทั้งนี้ทั้งนั้น “title track” เพลงนี้ เราว่า ทำให้อัลบั้มดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาเยอะ
แต่เพลงอื่นก็ใช่ว่าจะแย่ไปหมด หลายแทร็คที่เพราะโคตร อย่าง she wasn’t lying อะคูสติกกีตาร์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะโผล่มาอยู่ในอัลบั้มนี้ได้
แปลกที่เรานั่งด่าได้เป็นฉาก ๆ แต่เรากลับพูดได้เต็มปากว่าชอบอัลบั้มนี้เอามาก ๆ
11. Caribou – Andorra

แรกเริ่มเดิมที เราไม่ถูกชะตากับวงนี้เท่าไหร่ รู้สึกว่า วงนี้มีคนฟังเยอะแล้ว (ด้วยเหตุผลปัญญาอ่อนอันนี้ ทำให้เราพลาดเพลงดี ๆ ไปเยอะเหมือนกัน)
เราได้ฟังแทร๊คชูโรง “melody day” เป็นเพลงแรก เราว่าเพลงเขามีเสน่ห์ ไม่น่าเบื่อ
แทร๊คที่เหลือก็งามไม่แพ้กัน
12. The Antlers – In the Attic of the Universe

slowcore + folk + alternative + post rock = อัลบั้มนี้ฟังแล้วเพลิน เคลิ้ม ลอย
13. Grand Hallway – Yes is the Answer [Sideout (Japan), Unsigned (US)]

เสียงคุณ tomo nakayama ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากๆ แต่ในภาคดนตรี เขากลับทำได้เยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก
งานนี้เรายกความดีความชอบให้เสียงเปียโน และ ไวโอลิน..พระเอกของงาน.
อัลบั้มนี้มันทั้งเหงา เศร้า ..และแอบง่วง
14. Alaska in Winter – Dance Party In The Balkans

เหตุผลคือ 1.เราไม่อยากเลือก beirut 2. hemvagen EP ของ detektivbyran ดันออกมาก่อนตอนปี 2006
15. Atlas Sound – Let The Blind Lead Those Who Can See But Cannot Feel
เราไม่ชอบ deerhunter แต่เราชอบ Atlas Sound ล้ำกว่า เพลงหล่อกว่า
16. Chapi Chapo & les petites musiques de pluie – Ar mizioù du
instrumental จาก ฝรั่งเศส
เพลงน่ารัก แอบใส่เสียง toy กรุ๊งกริ๊ง ๆ อยู่เกือบตลอด ให้ความรู้สึกเหมือน tunng + cocorosie
ฟังแล้วไม่เครียด เพราะรู้สึกว่าคนทำ ไม่ได้ทำเอาโล่
ทางวงเปิดให้โหลดมาฟังฟรี ๆ อีกด้วย
ทำเพลงดี แล้วยังใจดีอีกต่างหาก ![]()
********download album (rar)
17. Tunng – Good Arrows
folktronica ชอบคำนี้จัง *-*
วงนี้ทำเพลงเพราะ เหมือนจะเหนือ แต่ยังไม่ถึงขนาดนั้น
อัลบั้มอาร์ตเวิร์คงาม
mv เริ่ด
18. Health – Self-Titled
experimental noise rock วงนี้เราดันมาก ๆ
ชอบกลองที่กระหน่ำตลอดเวลาเหมือนพี่แกจะไปเชิดสิงห์โตยังไงยังงั้น
แต่รวมแล้ว งามพอเหมาะในแบบของแก
19. Pterodactyl – Self-Titled
จำได้ว่าคุณเจ๊ doodoodoo แนะนำมาเป็นแพ๊คคู่กับ cap pas cap
ปกติเราชอบ post punk อยู่แล้ว
แต่อัลบั้มนี้โดดเด้งมาก ๆ ฟังแล้วไม่น่าเบื่อ
(ก็จริงอยู่) ที่คนแก่บางคนจะบอกว่า ทนฟังทั้งอัลบั้มไม่ได้
อัลบั้มนี้เหมาะสำหรับเอาไว้แก้เลี่ยนเวลาฟังเพลง folk หวาน ๆ มากเกินไป
20. Kinetic Stereokids – Basement Kids

แอบ hip hop ครับพี่ แต่เพราะ + เท่ห์
และที่สำคัญอัลบั้มนี้เก็บความทรงจำดี ๆ ของเราไว้มากมาย
Filed under: random
อุทิศตัวเปิดเว็บไซต์ yesindie เพื่อเป็นของขวัญให้กลุ่มชาวไทยผู้นิยมในเสียงเพลงแนวอินดี้ โดยนายตั้มเป็นตัวตั้งตัวตีหลัก ในการก่อตั้งเว็บไซท์แห่งนี้ เพื่อร่วมผลักดันกระแสหูอินดี้ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อนมากขึ้น ไม่ละลายจางหายเหมือนชาวประชาห้องนอกกระแส-พันธุ์ทิพย์ที่นับวันยิ่งจะร้างขึ้นทุกทีๆ
อย่างที่รู้กันดีว่า นายตั้มเป็นหนึ่งในบุคคลลึกลับผู้หนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้คนทั่วไปได้รู้จักมักจี่ แม้จะมีใครหลายคนที่พยายามอยาก เข้าใกล้ทำความรู้จักกับเจ้าตัวให้ลึกมากขึ้น แต่ก็มักจะกินแห้วกันในตอนท้ายไปตามๆ กัน
อย่างไรก็ดี วันนี้ crazyeights ขอเจาะใจ นายตั้ม เจ้าของเยสอินดี้ ด้วยการ ขอรายการเผยไต๋ความลับเจ้าตัวถึงสิ่งสะดุดใจในปี 2007 ว่ามีอะไรบ้าง ที่นายตั้มชอบสุดๆ แต่อายที่จะยอมรับ! <ทาดาาา>
พร้อมรึยังที่จะแก้ผ้านายตั้มไปกับเรา?!
********ต่อไปนี้ คือ รายการที่นายตั้มส่งมา โดยเขียนรายละเอียดด้วยภาษาของเฮียแกเอง
- 1. ชอบมากๆ รถเมล์ คนึงนิจ น่ารักแบบเรียบร้อย ยิ้มหวานได้ใจวัยรุ่น(ตอนปลาย 55…)

- 2. ชอบหนังที่คนส่วนมากร้องยี้ เรื่อง Balls of Fury (เคย)ชอบตีปิงปอง ดูแล้วเลยชอบเป็นพิเศษ ฮาแบบตุ่นๆดี

- 3. ชอบกินครีมโคน ร้าน Little Home กินทีหลายอัน มัน …. หยุดไม่ได้

- 4. ชอบฟังอัลบั้มรวมเพลง guilt by association (2007) อันนี้ตรงเป๊ะโช๊ะเด๊ะกับหัวข้อ เพราะเป็นรวมเพลงที่เป็น guilty pleasure ของศิลปินต่างๆ ที่โดนทะลุกลางใจเลยก็อย่าง jim o’rourke มาร้อง viva forever และ the concretes ร้อง back for good

- 5. ชอบฟังอัลบั้มรวมเพลง thai pop spectacular – 1960s-1980s [sublime frequencies] ตามงานรวมเพลงท้องถิ่นพื้นบ้าน จากตรา sublime frequencies มานาน ไม่เคยผิดหวัง จะเพลงไทย(ลูกทุ่งประยุกต์) เขมร, พม่า, เกาหลี, ลาว น่าฟังทั้งนั้น แนะนำเป็นพิเศษเพลงนี้เลย Chailai Chaiyata & Sawanee Patana – Kwuan Tai Duew Luk Puen (You Should Die By Bullets)
ชื่อเพลงอ่านเป็นไทยได้ว่า “ควรตายด้วยลูกปืน”
- 6. ชอบตุนเพลงมาไว้เยอะ(โคตร) แล้วฟังไม่(เคย)ทัน นับได้ว่าเป็นโรคจิตชนิดนึงก็ว่าได้

Filed under: random
ไม่น่าเชื่อว่า 2007 จะเป็นปีที่ร้องไห้เยอะมากเพราะเรื่องที่เคยคิดว่าจะไม่ร้องไห้เป็นอันขาด
หวนนึกถึงอีกรอบ เพื่อนที่ประสบเหตุการณ์เดียวกันก็คิดเหมือนกันว่า ขำๆ ดีว่ะแก
ต้องขอขอบคุณปี 2007 ที่ทำให้รู้ว่าทุกข์กว่านี้ก็ประสบมาแล้ว (ย่ะ)
และเพลงที่ฉันปลื้มนักหนาในรอบปีแห่งการเอาชนะความทุกข์ระทมซะไม่มี ดังนี้

- 15. “(lack of) love will tear us apart” – the honeydrips
เห็นว่าช่วงปีที่แล้วเค้ากำลังชอบตึ๊ดๆ และนี่ก็เป็นเพลงตึ๊ดๆ พอน่ารักกล้อมแกล้มจากสวีเดน
- 14. “i wrote this songs” – jonna lee
เพลงป็อบรื่นรมย์ที่ทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้นและมากขึ้น
- 13. “pastel blue” – sister vanilla
เพลงนี้เป็นเพลงที่โดดขึ้นมาในอัลบัมที่มีกลิ่น post rock
เพลงช้าๆ ที่อ้อยอิ่งในความฝันของบางคืน
- 12. “send me a letter” – the pearlfishers
กรุณากลับไปดูเหตุผลข้อที่ 14
- 11. “doorways” – bmx bandits
เสียงนักร้องอ้อนๆ เหมาะกับการให้คนพิเศษสักคนที่กำลังโกรธกันได้ทุกโอกาสและสถานที่
- 10. “tell me how” – sara lov
ฟังเพลงนี้จาก yesindie.com ช่วงน้องมีน เพราะมาก ชอบมาก
- 9. “write you a letter” – birdpaul
เพลงเศร้าๆ ร้องโดยคนสวยๆ
- 8. “she’s about to cross my mind” – the red button
กรุณากลับไปดูเหตุผลข้อที่ 14
- 7. “มนต์ตรา” – สี่เต่าเธอ
คุณคงเดชพูดถึงเพลงนี้ไว้ในงานแฟตว่า “แต่งเพลงนี้ตอนที่เห็นลูกสาวฝาแฝดครั้งแรก”
แล้วก็เผอิญได้เห็นลูกสาวทั้งสองด้วย ต้องขอบอกว่าน่ารักมากทั้งตัวเพลงและที่มา
- 6. “hours pass like centuries” – taken by trees
จำได้ว่าฟังเพลงนี้ครั้งแรกแล้วกลับไปฟังซ้ำอีก เพราะว่าเพลงมันสั้นมาก
เหมือนคนกำลังไกวเท้าเล่นบนเสาชิงช้า ไกวให้เร็วแค่ไหน หัวเราะเสียงดังเท่าใด
เท้าก็ต้องกลับมายืนบนพื้นเหมือนเดิม
ดังนั้นกดฟังใหม่ ก็คงไม่เห็นเป็นไร รอยยิ้มจะได้กลับคืนมาอีก
- 5. “midnight surprise” – lightspeed champion
คนอะไรก็ไม่รู้ทำเพลงนี้ไปได้ 9 นาทีกว่าๆ แถมเพราะจริงจังไม่น่าเบื่อสักนาทีอีกตะหาก
- 4. “house of cards” – radiohead
เพราะมันเป็นเพลงของคนที่แอบหลงรักใครคนหนึ่ง ติดตราไว้โดย radiohead
- 3. “how my heart behaves” – feist
ใครว่า feist ทำชุดนี้ไม่เพราะ เพลงนี้ทำให้รู้สึกว่า feist ทำเพลงนี้เหมือนผู้หญิงที่โตแล้ว
และพูดถึงความรักได้ดีล้นอีกต่างหาก
- 2. “maybe lately” – miracle fortress
เพลงสั้นๆ ง่ายๆ กล่าวถึงความไม่แน่ใจ ไม่แน่นอน มั้ง ถ้างั้น แล้วไงล่ะ?
วง miracle fortress ทำให้รู้สึกว่าปีนี้ น่าจะสืบค้นวงจากแคนาดามาหาฟังให้กรุ้มกริ่มอีก
- 1. “รักไม่ได้” – groove riders
เพลงนี้ทำให้นึกถึง marvin gayle กำลังนั่งถอนใจ
เขาน่าจะเกิดเร็วกว่านี้แล้วก็ได้รู้จัก groove riders
Filed under: personal picks
แน่นอนว่า รายการต่อไปนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับ ไม่สามารถจริงๆ เลือกยากมาก ปีนี้มีงานดีๆ ออกมาเยอะ ฟังกันไม่หวั่นไม่ไหว
9 อันดับแรก นำเสนอด้วย วงแถวหน้า จอมกวาด top best ตามหลาย blog (รวมทั้งที่นี่ด้วย)
เนื่องจากเป็นวงที่โดยมากรู้จักกันดีอยู่แล้ว จึงไม่ขอลงรายละเอียด
01 deerhoof – friend opportunity (kill rock stars)

02 cocorosie – the adventures of ghosthorse & stillborn (touch & go records)

03 animal collective – strawberry jam (domino)

04 of montreal – hissing fauna, are you the destroyer? (polyvinyl records)

05 caribou – andorra (merge records)

06 the apples in stereo – new magnetic wonder (simian records)

07 liars – self titled (mute)

08 radiohead – in rainbows (ato records / red)

09 okkervil river – the stage names (jagjaguwar)

เอาล่ะ วง/ศิลปินต่อไปนี้ ยังอยู่นอกเหนือเรดาร์ของอีกหลายท่าน ขอดันกันหน่อย ฮึ๊บบบบ
10 shugo tokumaru – exit (p-vine records)

คุกคิก กิกกุก กัก กิ๊งงงงง คิกกก กุกุกุ เตร๊งงงง
คิดได้ยังไงเนี่ย ดนตรีแบบนี้ ปกติไม่ได้เป็นแฟนแนวเพลงอิเลคทรอนิคมากมาย ต้องขอออกตัว แต่ชอบคุณ shugo มาก
shugo tokumaru เป็นศิลปินชาวญี่ปุ่นทำเพลงแนว folk pop/ toy folk ผสมกับดนตรีอิเลคทรอนิคน่ารักกรุบกริบแหวกแนวไม่มีใครเหมือน ทำเพลงในแบบฉบับของตัวเอง ได้อย่างลงตัว ผลงานชุดนี้ออกโดย p-vine records ในประเทศญี่ปุ่น เดือนตุลาคม 07 โดยมีการคาดเดากันว่า น่าจะปล่อยในตลาดฝั่งมะกัน ในปี 08
(ขอบคุณการแนะนำโดย dead note/ moltening)
11 pterodactyl – self titled (brah records & cardboard records)
![]()
สามหนุ่มทำดนตรี post punk แนวทดลอง ล้ำเกินหน้าวงดังๆ หลายวงทีเดียว งานชุดแรกใช้ชื่อเดียวกับวง โดยก่อนหน้านี้มีชื่อเรียกงานชุดนี้อย่างไม่เป็นทางการว่า blue jay
แม้จะยังส่งเรดาร์ความดังไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร แต่เชื่อขนมกินได้ ว่างานนี้เด็ดดวง อนาคตไกลแน่นอน ไม่เชื่อลองหาฟังดู เด่นด้านดนตรีสร้างสรรค์ noise punk ฟังงานชุดนี้แล้วคิดถึงวง s prcss (ค่าย frenchkiss records) ที่แตกวงไปแล้ว
12 broken social scene presents: kevin drew – spirit if (arts & crafts)

คนอะไรไม่รู้ ทำดนตรีเท๊เท่ห์ คุณ kevin drew คือ หนึ่งในสองผู้ก่อตั้งวง broken social scene
บอกตามตรงว่า ปลื้มงานเดี่ยวของคุณเควินมากกว่า งานวงเขาเสียอีก (จะเจอประโยคต่อต้านจากแฟน bss ไหมนี่)
13 fourth of july – fourth of july on the plains (range life)

วงอินดี้ร็อคทำดนตรีขี้เล่น ที่ฉันมักนึกเปรียบกับ bugs eat books และ fishboy (อีกสองวงขวัญใจเฮาที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก) อยู่ทุกเมื่อที่ฟัง
fourth of july มีนักร้อง/นักแต่งเพลงหลักของวง คือ brendan hangauer เป็นวงที่ฟังแล้วติดง่าย แม้ภาคงานดนตรี ฟังเผินๆ เหมือนอินดี้ร็อค quirky ทั่วไป หากฟังอย่างตั้งใจ จะพบว่า ในรายละเอียดเนื้อเพลง มีเมโลดี้น่ารัก เพิ่มลีลาเด่นๆ อยู่ในหลายแทร็ค
14 sunset rubdown – random spirit lover (jagjaguwar)

ฟังแล้วนึกถึง modest mouse ยุครุ่งเรือง + ความเด้งดึ๋งปนความดิบของ post punk แบบ joy division โดยส่วนตัวแล้ว ชอบงานชุดนี้มากกว่าอัลบั้มชุดแรกของ sunset rubdown เสียอีก
15 beirut – the flying club cup (ba da bing)

งานโฟล์คออเครสตร้าชั้นดี เด่นเครื่องเป่าและหีบเพลงชัก (แอคคอร์เดียน) เจือด้วยอิเลคโทรนิคเล็กๆ ที่ผสานกับเสียงอันโหยหวนของ zach condon พร้อมขนเครื่องสายเครื่องเป่ามาอีกเพียบ
เสียงนักร้องนำ พาอารมณ์เพลงออกแนวโศกเล็กๆ ท่วงทำนองของดนตรีผสมกันอย่างลงตัว ท้ายที่สุดแล้วคุณจะพบว่า งานของเขามีความงดงามที่แฝงไว้ด้วยความโศกอยู่ในที ไม่มากไม่น้อยเกินไป
อย่างไรก็ดี แม้จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับ devotchka อยู่บ่อยครั้ง แต่ beirut ก็ตีตื้นได้อย่างสวยสดงดงาม
หากคุณชื่นชอบ เพลงประกอบหนัง little miss sunshine ที่ michael danna แห่ง devotchka เรียบเรียงไว้ ลองฟังงานชุดนี้ดู จะไม่ผิดหวัง
16 vandaveer – grace & speed (gypsy eyes records)

อัลบั้มนี้ฉันฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า กล้าบอกเลยว่านับไม่ถ้วน เวลาคิดอะไรไม่ออกว่าฟังอะไรดี ก็มักเปิดงานชุดนี้ ถ้าเป็นเทปในสมัยก่อน ป่านนี้คงเข้าตู้เย็นไปหลายทีจนอาจเกินเยียวยา
vandaveer เป็นงานโฟล์คอะคูสติคเรียบง่าย สุขุม นิ่ง ลึก ที่ฟังดูซื่อตรง ไร้ความเคลือบแคลง ฉันชอบเสียงของคุณ mark charles มากๆ เอาเสียด้วย งานเพลงเขาฟังได้เรื่อยๆ สบายใจดี โดยมาก ตัวเพลงก็มีเสียงของเขากับกีตาร์อะคูสติกหนึ่งตัว แค่นั้น
ถ้าเป็นเพื่อน ก็คงเป็นประเภทวางใจได้ ง่ายๆ ติดดิน ชวนไปไหนก็ไปด้วยกันได้หมด คุยกันได้ทุกเรื่อง ชุดนี้เปรียบเหมือนเพื่อนรู้ใจก็ว่าได้
17 the weakerthans – reunion tour (epitaph)

รักงานชุดนี้ที่สุดแล้ว ในบรรดาอัลบั้มที่ออกมาทั้งหมดของ the weakerthans เป็นอีกงานหนึ่งที่ได้ลองฟังช่วงปลายปี ไม่นานก่อนหน้านี้ แล้วจับยัดเข้าลิสต์ท็อปเบสทันที ฟังแล้วจี๊ดใจ ชอบมาก
the weakerthans เป็นวงจากแคนาดา ทำเพลงพ็อพร็อคเมโลดี้สวย เด่นในภาคเนื้อหาของเพลง ที่แต่งเพลงออกมาในเชิงเล่าเรื่องปนกลอน ช่างเปรียบเปรย ฉันว่าสไตล์การเขียนเพลงของเขาแปลกและน่าทึ่งดี
18 frightened rabbit – sing the greys (re-released by fat cat records)

ชื่อวงได้ใจมาก วงนี้ถ้าเรียกแบบไทยๆ น่าจะชื่อว่า “กระต่ายตื่นตูม” ![]()
เพลงที่ฟังเพลงแรก คือ music now ฟังแล้วใจแตก (อะ อย่าคิดลึก ..ใจแตกในแง่ดี คือติดใจอย่างรุนแรง) รีบหาเพลงอื่นมาฟังแทบไม่ทัน
frightened rabbit เป็นอินดี้ร็อค ผสมโฟล์ค ดนตรีค่อนข้างหลากหลาย คาดเดายาก แต่ไม่ถึงกับเข้าข่ายแนวดนตรีทดลอง วงนี้เป็นผลงานคุณภาพของสองหนุ่มพี่น้อง grant และ scott ออกงานนี้ครั้งแรกในปี 2006 รีมาสเตอร์คุณภาพใหม่คับกล่องกับค่ายแมวอ้วน มาช่วยดันอีกในปี 07 นี้เอง ทำให้เริ่มรู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น
19 seabear – the ghost that carried us away (morr music)

นิ่มนวล ละมุนละไม อ่อนนุ่ม ดุจใยไหม
seabear เริ่มต้นโดยเด็กหนุ่มวัยเพียง 23 ปี จาก iceland เกลาเพลงโฟล์คพ็อพให้ฟังอย่างระรื่นหู น่ารัก ติดหู มีลูกเล่นจังหวะจะโคนดี คอรัสลงตัวไม่ทำให้เบื่อเลยสักนิด
20 aeroplane pageant – wave to the moon

aeroplane pageant เป็นวงอินดี้ร็อคที่ทำเพลงมีความเป็นพ็อพอยู่มาก บางเพลงก็เอาไออุ่นโฟล์คมาเล่นด้วยสร้างสีสัน วงนี้ไม่ธรรมดา ทำเพลงมีเอกลักษณ์ หาวงเปรียบเทียบไม่ได้เลย แถมโชว์ลีลากำลังพอดี หาตัวจับยาก ทำนองกับสไตล์การร้องน่ารักเชียว ผสมผสานกันลงตัวจนไม่น่าเชื่อและอธิบายไม่ถูก ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ แนะนำให้ลองหาฟังกันเองจะดีกว่า วงนี้ดันสุดฤทธิ์~
ในมุมมองส่วนตัว ณ ตอนนี้ มีวงอินดี้ดีๆ ออกมามากมายก่ายกอง การทำเพลงให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครนี่มันยากมากนะ หลายครั้งเลยที่ฟังเพลงแล้วมักนึกถึงใครจากแต่ละวงมาผสมกัน
เวลาเจอวงที่นึกหาวงมาเปรียบไม่เจอ มันมีความสุขนะ แล้วก็อยากให้เครดิตกับทางวงมากๆ ในความพยายามของพวกเขา
(ขอบคุณการแนะนำโดย meen/ mintra)
Filed under: personal picks
- ost across the universe
- the weakerthans – reunion tour
- rogue wave – asleep at heaven’s gate
- thao nguyen & the get down stay down – we brave bee stings and all
- beirut – the flying club cup+2eps
- the theatre fire – everybody has a dark side
- lightspeed champion – falling of the lavender bridge
- pseudosix – self-titled







